aStore Tips

ทำ Blog+aStore แล้วได้อะไรครับพี่น้อง

Posted by admin 27 September, 2008 (4) Comment

If you're new here, you may want to subscribe to my RSS feed. Thanks for visiting!

ผมเชื่อว่าหลายๆคน คงจะพอรู้คำตอบของคำว่า Blog กันอยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้น ผมว่าคงไม่ต้องอธิบายอะไรกันมาก คุณเชื่อหรือไม่ว่า Blog นั้น ทำให้เราขายสินค้าได้ จากประสบการณ์ ผมขายสินค้าได้จาก Blog มากกว่า aStore ที่ผมเฝ้าปลุกปั้นมันแทบตายเสียอีก เฮ้ออ คิดแล้วกลุ้ม บางทีสิ่งที่เราหวังมันอาจไม่เป็นอย่างที่เราคิด สิ่งที่เราไม่คิดว่ามันจะเกิดได้ มันกลับตาลปัด Blog นั้นช่วยชีวิตเราให้ดีขึ้น อิอิ ไม่มี Blog นี่ผมว่า ไม่มีผมในวันนี้ ที่ยืนอยู่อย่างภาคภูมิใจเหมือนทุกวันนี้ ว่าเราจะทำได้ ลำพังเงินเดือน 5000-6000 ในการใช้ชีวิตที่เชียงใหม่นั้น ไม่พอเลยครับ ไปๆมาๆ พูดเรื่องตัวเองซะงั้น ต้องขอโทดเพื่อนๆด้วย เอาเป็นว่า “ทำ Blog Review สินค้า แล้วเอาลิ้ง aStore ไปติดเถิด จะเกิดผล ” อย่าไปคิดครับว่า มันเป็นการปั่น ทำให้เราอยู่รอดก่อน แล้วค่อยคิดถึงจริยธรรม จริยธรรมตามหลัง เมื่อเราพร้อมแล้วครับ สิ้นสุดบทความแต่เพียงเท่านี้

Categories : aStore Tips, seo Tags : , , , ,

เอ็งอย่าทำตัวเป็นคนโรคจิต

Posted by admin 11 September, 2008 (0) Comment

เช็คกันเข้าไป ยงยอดอะไรนั่นอ่ะ เฝ้ามันอยู่ทั้งวัน นั่งดูมันอยู่ตลอด บ้าป่าว!! ไอ้โปรแกรมเชคยอดคนเข้า ยอดคนคลิ๊กเนี่ย ยอดเงินเข้าเนี่ยยย มันไม่ดีเล้ยยย ทำให้ผมงมงาย นั่งเป็นยามเฝ้าดูมันทั้งวัน ก็อย่างว่า โปรแกรมมันดีเกิน มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา โอยยย ไม่เป็นอันทำอะไรเลย
นี่นี่ ทำโปรแกรมให้มันแย่ๆหน่อยดิ เดี๋ยวคนมันจะมัวแต่เฝ้า จนไม่เป็นอันทำอะไรเลย ดูยอดอย่างเดียว เซง ดูไปดูมา เวลาหมดไปวันๆ เว็บ Blog ไม่ได้ทำสักที ว่าจะเอาเวลาไปโปรโมตเว็บสักหน่อย แปปเดียวค่ำแล้ว เซง ไปล่ะ
อ่อเว็บเช็ค aStore อ่ะนะ อยู่ที่นี่ >>> aStoreTracker <<<

Categories : aStore Tips Tags : , , , ,

Rate 6% ง่ายไปน้อง มันต้อง Rate 8%

Posted by admin 8 September, 2008 (1) Comment

ดูตรงที่ขีดเส้นใต้นะครับ ถ้าใครขายสินค้าได้ 7 ชิ้นขึ้นไป อัตราจะไปอยู่ที่ 6 % เลยนะครับ จาก 4% ซึ่งจุดนี้ทำได้ง่ายมากๆ ผมทำได้ทุกเดือน แต่ดูตรงที่ Rate 8% สิ แม่ง เยอะชิบ ใครยังไม่ถึง Rate 6% นี่ต้องไปทำการบ้านมาใหม่นะครับ 7 ชิ้นมันน้อยสุดๆเลยนะจ๊อตต ทำมั่วๆเหมือนผมยังได้เลย แล้วคุณล่ะ ทำไมจะทำไม่ได้

Categories : aStore Tips Tags : , ,

aStore คืออะไร

Posted by admin 23 August, 2008 (0) Comment

สวัสดีครับบทความบทแรกของ oWaan ในวันนี้กับเรื่อง aStore หลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก aStore คืออะไร แล้วทำไมต้อง aStore อ่านออกเสียงได้หลายแบบเช่น อะสโตร์ เอสโตร์ แอสโตร์ ส่วนตัวผมอ่นว่า เอสโตร์ แรกๆอ่านว่า อะสโตร์ แต่ อะสโตร์มันไม่เท่ห์ครับ เพราะโปรๆหลายท่านเค้าอ่านว่า เอสโตร์ ผมเลยเท่ห์ตามท่านโปรๆทั้งหลาย (ฮา)

เครื่องมือตัวนี้ได้รับการกล่าวขานถึงมากที่สุดคือเรื่องของ “หน้าตา” ที่ค่อนข้างโบราณหรือไม่ทันสมัยเอาเสียเลย (แต่ในความรู้สึกผม ผมว่ามันคลาสสิคเป็นอย่างมาก)aStore ได้รับการออกแบบภายใต้การศึกษาและวิจัยโดยทีมงานด้านการตลาดออนไลน์ของ Amazon.com ซึ่งจากผลการวิจัยต่าง ๆ นั้นบ่งบอกว่า “คนอเมริกัน ชอบ ซื้อสินค้าออนไลน์กับสโตร์ที่ไม่ต้องมีความซับซ้อนมากนัก” หรือพูดง่าย ๆ อย่างบ้านเราก็คือเอาให้ดูง่าย และไม่ต้องให้มันรกรุงรังลูกกะตาเรานั่นเองครับ ทำให้การพัฒนา aStore นั้นยังคงรูปแบบและหน้าตาคงเดิมมาโดยตลอด ยกเว้นเครื่องมือและซอฟแวร์จะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น และ เร็วยิ่งขึ้น (อันที่จริงถ้าเราสังเกตุดูดีดีจะเห็นว่าแม้แต่ Amazon.com เองก็จะเรียบง่าย ไม่ซับซ้อนมากนัก)จุดเด่นอีกประการของ aStore ก็คือเล็กและโหลดได้เร็ว ที่สำคัญอีกอย่างก็คือว่า “สมาชิกที่เข้าร่วมแนะนำสินค้า สามารถนำมาใช้งานได้แบบฟรี ๆ ตลอดชีพ” (ไม่ได้ลงทุนอะไรเลยนอกจากว่าการนำเอา aStore ตนเองไปโปรโมท เท่านั้น) ทำให้ในส่วนนี้ผู้ที่ไม่ได้มีเว็บไซต์หรือบล็อกที่อยู่ภายใต้ชื่อโดเมนของตน เอง สามารถเข้าร่วม แนะนำสินค้าได้ โดยไม่ต้องสงสัย ขอเพียงแต่มีแหล่งโปรโมท และแนะนำสินค้าให้สามารถขายได้ เท่านี้รายได้ก็จะเกิดกับสมาชิกได้สบายๆสำหรับข้อจำกัดของ aStore นั้น “ไม่มีครับ” เนื่องจากความจริงแล้ว aStore เราสามารถออกแบบเองก็ได้โดยการเขียน CSS ภายในระบบที่ทาง Amazon กำหนดให้ในส่วนของการ Design aStore (ผมไม่เคยแก้เลยนอกจากปรับเพียงสีให้เหมาะสม กับสินค้าต่าง ๆ เท่านั้น) สิ่งสำคัญของการใช้งาน aStore เพื่อแนะนำสินค้า หรือขายสินค้าก็คือ การปรับแต่งหน้าตา และเฉดสี (ซึ่งสำคัญมาก ๆ เลยหละครับ) การปรับแต่งเฉดสีให้ดูดีและไม่ทำร้ายสายตาจะทำให้เราสามารถขายสินค้าได้ (เป็นตัวช่วยได้ด้วยหนะครับขอบอก) ฉนั้นแนะนำว่าควรปรับให้เหมาะสม และไม่ควรปรับจนลายตาไปหมด เพราะผู้ซื้อจะไม่ซื้อเนื่องจากทนไม่ไหวครับ (อันนี้เรื่องจริง ที่ผมเองเคยทดสอบมาแล้ว) ลองไปปรับเปลี่ยนกันดูหนะครับ อาจช่วยให้ขายของได้ง่ายขึ้น แต่ก่อนที่เราจะสามารถขายของได้นั้น มันมีปัจจัยหนึ่งที่เราหลาย ๆ คนทราบกันดีนั่นก็คือ Traffic

เพื่อนๆหลายท่านคงจะเรื่มสร้าง aStore กันบ้างแล้ว แต่เชื่อว่าหลายท่านคงยังทำไม่เป็น ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวบทความหน้าผมจะสอนวิธีการทำครับ วันนี้บายครับ

Categories : aStore Tips Tags : , , ,